วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เอาใจคนเล่นบีบี



ตอนนี้ Artnoi มีกรุ๊ปใน BlackBerry Messenger ซะแล้วว

ชื่อกรุ๊ปว่า Thailand Mac user สามารถจอยได้ทุกเมื่อนะจ๊ะ

แล้วก็มีบาร์โค้ดอาร์ทด้วย ยังไงๆก็สแกนมาละกัน

Mac mini และ Safari 5



เชื่อรึยังว่า Apple มันขยัน.....

เผลอแปปเดียวก็ออก Mac mini ใหม่กับ Safari 5 ออกมาอีกละ เรามาดูกันคร่าวๆดีกว่า

Mac mini

-การ์ดจอ NVIDIA GeForce 320M 256MB

-แรม 2 GB

-Processor 2.4GHz กับ 2.66GHz Intel Core 2 Duo < งงมาก ทําไมแอปเปิลไม่ใช้ i5 ไม่ก็ i7

-ฮาร์ดดิสก์ 320GB or 500GB Serial ATA hard disk

ดีไซน์ใหม่สวยมากกก แต่สเปคมันธรรมดาไปหน่อย เต็มสิบให้ 7 พอ

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.apple.com/macmini/

Safari 5

ต่อไปมาดู Safari 5 กัน

เท่าทีโหลดมารู้สึกว่ามันจะกากๆไงไม่รู้

คือไอตรงที่เค้าให้ใส่ที่อยู่ของเว็บอ่ะ มันมีแถบสีฟ้าๆขึ้นเวลาโหลดเว็บด้วย (เหมือน Safari บน iPad, iPod, iPhone)

ชอบ Safari 4 มากกว่าอ่ะ แต่ไม่รู้นะ เพราะยังเล่นไม่หมด (เพิ่งออกวันนี้เอง)

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.apple.com/safari/

วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2553

iPhone 4



Apple คันไม้คันมือหลังออก MacBook Pro, iPad ได้แปปๆ ก้เกิดบ้าอะไรขึ้นมา ออก iPhone 4 มาด้วยความสามารถใหม่คือ

1) Retina Display
จอเดิมของ iPhone 3GS ก้ชัดจะแย่ละ ยังจะมีตัวชัดกว่าอีกเรอะ ด้วยความละเอียด 960x640 พิกเซลบนจอ 3.5"
ขนาด MacBook 13.3" ยังแค่ 1280x800 เอง จอเราเลยกากไปเลย TT

2) Apple A4 processor
คงคุ้นหูกับคํานี้แล้วสินะ เพราะเจ้าชิปตัวนี้ก้อยู่ใน iPad ด้วย

3) Stainless Steel Band
รอบข้างที่เป็นสแตนดลสสตีลไร้รอยต่อแลดูงดงาม

4) Engineered Glass
แก้วใสแจ๋วแปะบนหน้าจอเพื่อความนุ่มเวลาสัมผัสเหมือน Multi-touch Tecnology บนเฟซบุ๊ค

5) กล้องสองตัว + LED Flash
iPhone มีแฟลชจนได้ และก้มีกล้องข้างหน้าไว้ใช้กับโปรแกรม FaceTime

ที่เหลือไปอ่านเองละกัน ขี้เกียจเขียน http://www.apple.com/iphone/

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เหตุผลที่ไม่ชอบทวิตผ่านหน้าเว็บ (เครดิต KennyHass)

แม้ว่าผมจะชอบ Twitter มากแค่ไหน แต่ก็มีอยู่หลายสิ่งที่ผมไม่ชอบในตัวมันอยู่เช่นกัน ซึ่งหลักๆแล้วก็คือตัวหน้าเว็บ http://twitter.com นั่นแหละ ถ้าเลือกได้ผมไม่อยากทวิตหน้าเว็บจริงๆ แต่ก็มีอยู่หลายครั้งที่ผมต้องจำใจทวิตผ่านหน้าเว็บ เพราะเล่นคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นที่ไม่ได้ลง Client และก็อดไม่ได้ที่จะบ่นให้รู้ว่า



1. ทวิตหน้าเว็บ เป็นอะไรที่บัดซบมาก

พอจะทวิตทีไร หรือจะเปลี่ยนรูปประจำตัวเมื่อไหร่ ก็เป็นต้องค้่างทุกที ไม่ก็ Page not found ไม่ก็เจอปลาวาฬลอยฟ้า (Failwhale) น่าแปลกใจที่ตัวเองของมันเองทำไมถึงได้เข้ายากเข้าเย็นแบบนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆต้องทวิตผ่าน Client ไม่งั้นชีวิตนี้คงหาความสะดวกไม่ได้แน่ๆ

*ล่าสุดค้นพบวิธีแก้โดยบังเอิญ คือ ให้เปลี่ยนไปเข้าที่ https://twitter.com แล้วจะพบกับทางสว่าง



2. ลบ Reply ที่ Mention ถึงเราไม่ได้

มันเป็นอะไรที่แสลงลูกตามากเลย ถ้าหากมีใครมา mention เราด้วยข้อความเหวงๆ ไม่เป็นประโยชน์กับเรา แต่ไอ้ครั้นจะลบก็ลบไม่ได้ ก็ต้องปล่อยมันทิ้งไปจนกว่าจะมี reply อื่นเข้ามาแทน

*วิธีที่ผมแนะนำก็คือ พยายามทวิตข้อความอะไรก็ได้ที่น่าจะทำให้คนอยากRT เท่านี้replyเหวงๆ ก็จะตกหล่นลงไปเอง



3. ระบบ Retweet API บ้าบอ

Retweet แบบเดิมๆ ก็ดีอยู่แล้ว แค่ "RT @xxxx: <ข้อความ>" ซึ่งเราสามารถเติมข้อความเพิ่มเข้าไปเองได้ แต่พอ Twitter ทำปุ่ม RT หน้าเว็บ เราไม่สามารถเข้่าไปเติมข้อความเพิ่มอะไรได้เลย เข้าใจว่าวัฒนธรรมของเมืองนอกเขาไม่RTตอบเหมือนบ้านเรา แต่นั่นน่ะ สีสันของการทวิตเชียวนะ!

* Twitter Client ส่วนมาก เช่น Echofon, Tweetie มีให้เลือกว่าจะ Retweet เฉยๆ หรือจะ Retweet with comment ก็ได้ ถ้าใครชอบRTตอบ ก็เลือกเป็นข้อหลัง (แต่บาง Client อย่างเช่น Seesmic อาจจะใช้คำว่า Quote แทนคำว่า Retweet with comment ก็มีเหมือนกัน อันนี้ต้องดูให้ดีๆ)



4. จะเข้าหน้าเว็บที ต้องล็อคอินที

"ฮัลโหลทวิตคุง จำเราได้มั้ย? เราไง ที่ติ๊กให้นาย Remember me เราในครั้งต่อไปน่ะ ไอ้ห่า แค่นี้จำไม่ได้" ก็มึนๆงงๆกับมันอยู่เหมือนกันว่า แค่เราไม่ได้เข้าหน้าเว็ยเพียงวันเดียว ต้องใส่usernameกับpasswordทุกครั้งเลยหรือไงแล้วอย่างนี้จะมีให้ช่องติ๊ก Remember me ไปทำเกลืออะไรเนี่ย



5. ทำในสิ่งที่ Client ทำไม่ได้

ทั้งการ Retweet with comment, Reply to all, send pictures, create short url ฯลฯ จริงๆ Twitter น่าจะทำได้มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่ส่งข้อความเฉยๆ (หรือเขาอาจจะวางจุดประสงค์เดิมของเขาไว้อย่างนั้น แต่พวกเราเล่นกันระเบิดเถิดเทิงไปหน่อยก็ไม่แน่ใจนะ)



ส่วนตัวแล้วสำหรับหน้าเว็บ Twitter ผมประทับใจแค่การ Refresh ข้อความใน Timeline และ Reply ซึ่งรวดเร็วทันใจมากเท่านั้น นอกนั้นก็อย่างที่เขียนไว้ 5 ข้อข้างบน แต่ผมเองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทีมงานจะพัฒนาเว็บด้วยตัวเองให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้ทีมอื่นไปพัฒนา API กันเอาเอง แล้วตัวเองก็อยู่เป็นเสือนอนกินซะงั้น

คนอื่นพัฒนามาซะดี แต่ต้นตำรับกับไม่พัฒนาอะไรเลย (นอกจากตกแต่งTheme) อย่างนั้นก็ไม่ไหวนะเออ



*อยากจะบอกว่า Seesmic on web ทวิตผ่านหน้าเว็บได้เทพกว่าหน้าเว็บ Twitter.com ซะอีกนะ

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553

โปรแกรมตัวเล็กๆ ชั้นเลิศจาก Atebits

"atebites" เป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์ตัวเล็กๆสําหรับ Mac ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยใช้มา (ใครจะเถียง ขนาดโปรแกรมเพื่อ Twitter อย่าง Twittie ยังเสียจน

tweetdeck ที่ขนาด(ทั้งไฟล์โปรแกรมและขนาดหน้าต่าง) ใหญ่โตหนักหนาแทบคลั่งไปเลย

ดังนั้นหากใครอยากได้โปรแกรมเล็กๆ ไว้ติดเครื่อง Mac ละก็ ขอเชิญไปที่ atebites.com เลยนะครับ

วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2553

The New MacBook Pro Family



ในที่สุด MacBook Pro ก้ออกมาจนได้ ว้าว หลังจากรอคอยมานาน

โดยเท่าที่ผมดูมารู้สึกว่าซื้อรุ่น 15" กับ 17" น่าจะคุ้มกว่าเพราะได้ใช้ชิพประมวลผลเป็น Core i5 กับ Core i7

งานนี้สาวก Mac เตรียมถอยไว้ได้เลย และแบตเตอรี่นานถึง 10 ชั่วโมง (ในรุ่น 13") และ 9 ชั่วโมง (ในรุ่น 17")

การ์ดจอในรุ่น 13" ก้ NVIDIA GeForce 320M ด้วย 48 Processing Core

ส่วนตัวบอดี้ก้แน่นอน Unibody งดงามมากมาย (รูปร่างคล้าย MacBook Late 2009)

พอร์ตต่างๆก้น่าจะเหมือนตัวเก่า ถ้าดูเผินๆจะเหมือนกันมาก

แต่ถ้าตัวเก่าจะดูคล้าย MacBook Aluminium Late 2008 (ของผม) ถ้าตัวใหม่จะคล้าย MacBook Late 2009

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553

iPad


ดูยังไงๆก้อเป็น iPod touch ขนาดยักษ์ชัดๆ (ใครจะเถียง)

ว่าออกแบบได้เนี้ยบม๊ากๆเลย ชิปประมวลผล A4

สเป็กพื้นๆของมันก้อคือ

-หน้าจอ 9.7 นิ้ว ความละเอียด 1024x768

-ความหนา 0.5 นิ้ว

-หนัก 1.5 ปอนด์ (0.7 กิโลกรัม)

-ใช้ซีพียูของแอปเปิลเองชื่อ Apple A4 ความเร็ว 1GHz

-หน่วยความจำภายใน 16-64GB

- Wi-Fi N, ต่อเน็ตผ่าน 3G ได้

- อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ครบครัน GPS, Accelerometer

- ทำงานต่อเนื่องได้ 10 ชั่วโมง



ผมถูกใจ iBooks มากที่สุด

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

MobileMe

ไงครับ ช่วงนี้อากาศหนาวเนอะ แต่ช่างมันเหอะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

ผมได้ทดลองใช้ MobileMe ดู ผมว่าก็เจ๋งดีนะ โดยเฉพาะเรื่องจัดการ Mail เนี่ย

Contact ก็ดีนะ แต่ผมว่าที่ดีที่สุดคือ Gallery Online ถ้าไม่เชื่อก็ลองไปดูได้

ก็ได้ที่ gallery.me.com/artnoi

ส่วนเว็บก็เจ๋งดี ลองดูเว็บใหม่ของผมป้ะหละ web.me.com/artnoi

บล็อกก็สวยมาก ไปที่ web.me.com/artnoi/blog




Mail ใหม่ผมก็ artnoi@me.com

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

TToTT iMac กับ MacBook ออกใหม่แล้ว




ในที่สุด อีตาสตีฟ จอบส์ ก็ออก iMac กับ MacBook ใหม่

ที่เคืองก็คือตูเพิ่งถอย iMac มาเอง ถอยมาไม่ถึงเดือนแมร่งออกใหม่อีกแล้ววว TT~TT

แถมยังมี Magic Mouse ออกมาแทน Mighty Mouse ด้วยอ้ะ เซ็งเว้ยยยยยยยย

สเป็คก็ไปดูที่ลิงค์นะ


นี่ของ iMac

นี่ของ MacBook

นี่ของ Magic Mouse

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552

My new Blog

ขณะนี้ผมได้ทํา Blog เพื่อธุรกิจของตัวเอง ( รับจ้างถ่ายภาพวัน เสาร์-อาทิตย์ )
ซึ่ง Blog ของผมนี้คือ artnoiphotographer.blogspot.com

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ทําเพลงเป็น Chipmunk's Sound ด้วย Mac




วิธีทําเสียงเพลงเห่ยๆของคุณ(หรืออาจจะเป็นเพลงเห่ยๆ)ให้มีเสียงเป็น Chipmunksใน Mac นั้นมี 2 วิธีที่ง่ายๆ

วิธีที่ 1 -ใช้ GarageBand ใน iLife'09 ที่แถมมากับ Mac ของคุณน่ะแหละ

ขั้นตอนก็คือ คลิกเลือก Loop ที่ต้องการแปลงเสียง แล้วให้ดูด้านขวาสุดบรรทัดที่สอง มันจะมี Browse กับ Edit
ให้คุณเลือก Edit และ ไปกดยังช่องที่ยังว่างอยู่ (ปกติจะมี Noise Gate กับ Compressor) แล้วไปใต้ Audio Unit Effect
แล้วคุณก็ไป AUPitch แล้วมันก็โผล่มาเป็นรูปวงกลมสีส้มๆ พอคุณกดรุปคุณก็จะเห็นตัวเลื่อน Pitch แล้วคุณก็แค่เลื่อนมันไปทางขวา
เสียงคุณก็จะค่อยๆสูงขึ้นตามระยะห่างจาก 0 (+ค่าสัมบูรณ์) และตํ่าลงตามระยะห่างจาก 0 (-ค่าสัมบูรณ์)

วิธีที่2 -ใช้ Audacity ที่มีให้ Download ฟรี

ใช้โปรแกรม Audacity ดัดเสียงเพลงให้คล้าย Alvin and the Chipmunks
โดยไปดาวน์โหลดโปรแกรมนี้ที่ audacity.sourceforge.net/
พอดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ก็โอ้หลั่นล๊า โดยกดที่ปุ่ม Effect > Change Pitch > แล้วปรับตรง Percent Change ให้สูงกว่า 20
เท่านี้ก็ได้เพลงของ Chipmunks แล้ว
ปล: ลิงก์ที่ให้ไปเป็น Version for Mac OS 10.2 ขึ้นไป

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไฟล์หนังใน iMovie ออกมาแล้วเสียงมาเร็วกว่าภาพ


ผมทําหนังใน iMovie แล้วพอ Export ออกมา

เสียงมาเร็วกว่าภาพ เหมือนกับผมกําลังจะกระโดดลงนํ้า

แค่ตั้งท่ามันก็มีเสียงนํ้าแล้วงะ

ในโปรแกรมไม่เห็นจะเป็นเลย ต้อง Export ก่อนถึงจะเป็น

โอย เครียดๆๆๆๆๆๆๆ

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไฟล์หนังใน iMovie ออกมาแล้วไม่มีเสียง มีแต่ Sound Effect


ผมทําหนังใน iMovie แล้วพอ Export ออกมา

มันดั๊นไม่มีเสียงที่คลิปอะครับ มีแต่ Sound Effect

เพราะว่าผมไปตั้งระดับเสียง Sound Effect เป็น 200% รึป่าวครับ

ฝากถามผู้รู้หน่อยครับ

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552

iPod Nano ที่ซื้อ Online มีสีเพิ่ม





เห็นเค้าบอกว่าตอนเราสั่งสินค้าทางเว็บจะมีหน้าที่กรอกข้อความเพื่อสลักชื่อครับ เฉพาะตระกูล iPod ต่างๆ ที่สลักได้และฟรีครับ ส่วนเรื่องความยาวดูจากตัวอย่างที่เวลาเรากรอกข้อความในเว็บ มันจะแสดงข้อความตัวอย่างที่เรากรอกบน iPod รุ่นที่เราสั่งครับ เราถึงรู้ความยาวของข้อความได้จาก ตัวอย่างครับว่าจำกัดถึงตรงไหน โดยมีสีแดงเพิ่ม ( Product ) Red ราคา 7400 บาท โดยจะนําเงินกําไรจากเจ้า ( Product ) Redไปช่วยมูลนิธิโรคเอดส์ ( AIDS ) ในแอฟริกา

และ เรื่องประกัน เหมือนกับเราซื้อที่ iStudio เลยครับ
และเรื่องอ่านภาษาไทยได้ เมนูไทยก็ได้แล้วครับ ทั้ง iPod Nano และ Touch ครับ

ส่วนเรื่อง การส่ง ไม่ต้องกลัวจะเสียภาษีหรือค่าส่งเลยครับ ส่งฟรี ทั่วประเทศ ครับ ราคาก็เท่ากับ iStudio เลยครับ

ผมจะยกตัวอย่างข้อดี ข้อเสีย ของ การซื้อ iPod ระหว่าง iStudio กับ Apple Store นะครับ


สั่งซื้อ ผ่านทาง Apple Store
ข้อดี
1. ได้สลักชื่อด้านหลังiPod ฟรี (iStudio ทำไม่ได้)
2. ได้สินค้าใหม่จากโรงงาน
3. ส่งทาง DHL Ex... ฟรีทั่วประเทศ

ข้อเสีย
1. ได้สินค้า 1-7 วันทำการครับ แล้วแต่สถานที่ส่ง สามารถตรวจสอบสถานะสินค้าผ่านทางเว็บได้ (กรุงเทพ 1-2 วัน ทำการ)
2. ไม่ได้เห็นสินค้า

----------------------------------------------------------------------

ซื้อ ผ่านทาง iStudio
ข้อดี
1. ได้เห็นสินค้า
2. ได้รับสินค้าทันที ถ้ามีสินค้า

ข้อเสีย
1.ไม่มีสลักข้อความ
2.บางสาขาไม่มีบริการส่ง (แถมเสียค่าส่ง)


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สิ่งที่ต้องมีในการสั่งซื้อผ่านเว็บ
1.ต้องมี บัตรเครดิต ถ้าไม่มี ให้สมัคร บริการ Kbank ของธนาคารกสิกรไทยครับ ลองข้อมูลดูครับ ชื่อว่า บัตรK-Web Shopping Card ครับ

ถ้ามีแล้วก็ สั่งผ่านเว็บได้เลยครับ



Credit: http://www.pantip.com/tech/gadget/topic/TM2824429/TM2824429.html#34

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Final Cut Studio 2


ขอแนะนำ Final Cut Studio 2 สำหรับการตัดต่อที่ดีกว่า Final Cut Studio 2 พาคุณไปได้ไกลกว่าการตัดต่อที่คุ้นเคย ปลดปล่อยพลังการสร้างสรรค์ของคนทำงาน Final Cut Pro ได้อย่างเต็มที่ คุณสามารถตัดต่อ ทำกราฟิกเคลื่อนไหว ปรับแต่งและมิกซ์เสียง คุมโทนสี ไปจนถึงจบงานในรูปแบบต่างๆ ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนที่คุณทำเป็นประจำอยู่แล้ว Final Cut Studio 2 มี Final Cut Pro รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นศูนย์กลางของระบบงานโพสต์โปรดักชั่น แอปพลิเคชั่นทั้งชุดประกอบด้วย Final Cut Pro 6, Motion 3, Soundtrack Pro 2, Compressor 3, DVD Studio Pro 4 และสมาชิกใหม่สำหรับคุมคุณภาพสีระดับมืออาชีพ Color It’s a Final Cut world ไม่ว่าจะเป็นคนทำหนังอิสระ คนตัดต่อมืออาชีพ โปรดิวเซอร์งานวิดีโอ ไปจนถึงสำนักข่าว Final Cut Pro เป็นที่ยอมรับจากผู้คนทุกระดับทั่วโลกจนกลายเป็นมาตรฐานสำหรับการทำงานอย่างรวดเร็ว จากความสำเร็จนี้ Apple พัฒนา Final Cut Studio รุ่นใหม่โดยคำนึงถึงผู้ใช้ Final Cut Pro เป็นหลัก ด้วยเครื่องมือที่ตอบสนองความต้องการได้ดีและอินเตอร์เฟซที่เข้าใจได้ง่าย คุณสามารถนั่งลงแล้วเริ่มทำงานได้ในเวลาอันสั้น เมื่อคุ้นเคยมากขึ้นแล้ว คุณจะเรียกใช้ความสามารถมากมายได้ในไม่กี่คลิ้ก The editor’s choice Final Cut Studio 2 ทำงานเร็วขึ้น สะดวกขึ้นและยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่ว่าจะใช้งานบนโน้ตบุ๊คหลังถ่ายทำเสร็จหรือกลับมาทำงานต่อกับเครื่องเดกส์ท็อปที่สตูดิโอ เครื่องมือทุกอย่างที่คุณต้องการมีพร้อมให้คุณเลือกใช้ Edit. คุณสามารถใช้ Final Cut Pro 6 ตัดต่องานได้แทบทุกฟอร์แมต ตั้งแต่ DV, SD ไปจนถึง HDV, XDCAM, DVCPRO HD และ uncompressed HD ขอแนะนำ ProRes 422 ฟอร์แมตใหม่จาก Apple ที่นำเสนองานคุณภาพ uncompressed HD ในไฟล์ขนาดเพียง SD เท่านั้น คุณสามารถลากคลิ้ปต่างฟอร์แมต ต่างเฟรมเรตเข้าไปวางในไทม์ไลน์ใหม่ได้ไม่จำกัดฟอร์แมตอีกต่อไป Animate. คุณสามารถสร้างงานกราฟิกสองมิติและสามมิติได้สะดวกรวเร็วตามต้องการอย่างเรียลไทม์ด้วย Motion 3 เพียงลากเอ็ฟเฟ็กซ์ที่ต้องการเข้าไปวางในระนาบสามมิติ Motion ใหม่มาพร้อมกับเท็มเพลตสำหรับแก้ไขข้อความและวางวิดีโอได้โดยไม่ต้องออกจาก Final Cut Pro เลย Mix. จะบันทึกและแก้ไขบทพูด ใ่ส่ดนตรีประกอบหรือเสียงเอ็ฟเฟ็กซ์ ไปจนถึงมิกซ์เสียงจนเสร็จ Soundtrack Pro 2 ช่วยให้งานของคุณเสร็จเร็วขึ้นด้วยอินเตอร์เฟซที่เข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม ตอนนี้คุณสามารถสร้างเสียงเซอร์ราวด์ด้วยเครื่องมือใหม่ที่มีมาให้ หากว่าคุณกำลังปรับแต่งงานบน Final Cut Pro คุณสามารถอัพเดทเสียงที่มิกซ์ไว้ด้วยความสามารถ Conform ใน Soundtrack Pro ได้ทันที Grade. คุมความรู้สึกของภาพในวิดีโอจากหลายที่มาให้ออกมาในแบบที่เป็นตัวคุณด้วย Color สมาชิกใหม่ล่าสุดของ Final Cut Studio ช่วยคุณคุมโทนสีตลอดทั้งโปรดักชั่นได้อย่างมืออาชีพ Deliver. ลงท้ายด้วย Compressor 3 สำหรับจบงานในรูปแบบที่คุณต้องการทุกฟอร์แมตตั้งแต่งานเว็บ, iPod, iPhone, AppleTV ไปจนถึงงานบรอดคาสท์ ด้วยอินเตอร์เฟซใหม่ช่วยให้คุณจัดเรียงงานที่ต้องการเอ็นโค้ดเข้าคิวไว้ด้วยเพียงปลายนิ้วคลิ้ก หากคุณต้องการจบเป็นงานฟิล์ม สามารถใช้ Cinema Tools 4 สร้างรายการฟิล์มที่มีทั้ง timecode และ keycode รวมอยู่ด้วยกันได้ทันที หรือหากต้องการจบงานเป็นดีวีดี ก็ใช้ DVD Studio Pro 4 สร้างต้นฉบับระดับมืออาชีพได้เลย Post-production without walls Final Cut Studio 2 ไม่ได้เป็นเพียงแค่โปรแกรมใช้งานแต่เป็นแพล็ตฟอร์ม ด้วยมาตรฐานที่เป็นระบบเปิดช่วยให้นักพัฒนาและพาร์ทเนอร์มากมายเข้าร่วมกันออกแบบระบบงานใหม่ๆ ได้อย่างอิสระ การใช้งาน XML ช่วยให้สามารถโอนข้อมูลและไฟล์ QuickTime ของงานนั้นไปทำต่อที่อื่นได้ทันที Final Cut Studio 2 ช่วยให้คุณทำงานได้ทุกที่ที่ต้องการ ไม่ว่าคุณจะมีเพื่อนร่วมงานเพียง 2 คนหรือมากถึง 200 คน Final Cut Studio ช่วยให้การทำงานร่วมกันราบรื่น คุณสามารถใช้งานมีเดียร่วมกันทั้งระบบผ่านทางระบบเครือข่ายข้อมูล Xsan ใช้ Final Cut Server เป็นผู้บริหารจัดการมีเดียทั้งหมดและระบบงานอัตโนมัติที่มี นี่คือส่วนสำคัญของ Final Cut Studio 2 ไม่ว่าคุณจะกำลังถ่ายทำโฆษณา ตัดต่อหนังหรือกำลังเร่งมือตัดต่อรายงานข่าวภาคดึก Final Cut Server จะช่วยให้งานของคุณเสร็จเร็วยิ่งขึ้น

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552

วีดีโอแห่งความสุข


วีดีโอแห่งความสุข Mac vs PC
ที่คนใช้ Mac จะต้องไม่ลืม
โดยเนื้อเรื่องค่อนข้างกวนส้น
ซึ่งออกแนวหนังเรื่อง Transformors
กํากับโดย
Dan Chainelli และ Nick Greenlee
ขอให้ดูให้สนุกเน้อ
v
v
v
คลิกที่นี่

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552

The War has Began-OS Market Share


ภาพรวมของส่วนแบ่งการตลาดของระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (Operating System Market Share) สำหรับใช้งานทั่วไปนั้น นับได้ว่าเป็นการผูกขาดโดยระบบปฏิบัติการ Windows ของยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์มาเป็นเวลายาวนาน และในครึ่งแรกของปี 2552 ระบบปฏิบัติการ Windows ก็คงครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งการตลาดของระบบปฏิบัติการ Windows มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากเสียส่วนแบ่งบางส่วนให้กับคู่แข่งอย่าง Mac OS ของ Apple และ Linux ซึ่งทั้ง 2 ตัว ได้รับความนิยมกันมากขึ้น แต่ก็มีการคาดกันว่าหลังจาก Windows 7 ออกวางจำหน่าย น่าจะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดองระบบปฏิบัติการ Windows เพิ่มขึ้นได้พอสมควร

ส่วนแบ่งการตลาดของระบบปฏิบัติการในระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2552
บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลส่วนแบ่งการตลาดของระบบปฏิบัติการจากเว็บไซต์ Market Share (http://marketshare.hitslink.com/default.aspx) ในระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2552 โดยแบ่งเป็น 2 หัวข้อ คือ ส่วนแบ่งการตลาดของระบบปฏิบัติการ และ ส่วนแบ่งการตลาดตามเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ

•
ส่วนแบ่งการตลาดของระบบปฏิบัติการ
ส่วนแบ่งการตลาดโดยรวมของระบบปฏิบัติการ 5 อันดับแรก มีรายละเอียดดังนี้
อันดับที่ 1. Windows ของไมโครซอฟท์ยังคงครองส่วนแบ่งมากที่สุด 93.49% แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 1.68%
อันดับที่ 2. Mac มีส่วนแบ่งตลาด 4.67% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 0.98%
อันดับที่ 3. Linux นั้นมีส่วนแบ่งตลาด 1.02% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 0.24%
อันดับที่ 4. Java ME มีส่วนแบ่งการตลาด 0.24 %
อันดับที่ 5. iPhone มีส่วนแบ่งการตลาด 0.22 %

•
ส่วนแบ่งการตลาดตามเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ
สำหรับส่วนแบ่งการตลาดตามเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ 5 อันดับแรก มีรายละเอียดดังนี้
อันดับที่ 1. Windows XP ยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดลดลงมากที่สุดที่ 74.73% แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 6.85%
อันดับที่ 2. Windows Vista มีส่วนแบ่งการตลาด 16.67% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 7.37%
อันดับที่ 3. Mac OS X 10.5 ของ Apple มีส่วนแบ่งการตลาด 2.95%
อันดับที่ 4. Windows 2000 มีส่วนแบ่งการตลาด1.24% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 1.35%
อันดับที่ 5. MAC OS X 10.5 ของ Apple มีส่วนแบ่งการตลาด 1.13%

ในขณะที่ระบบ Linux มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับที่ 6 ที่ 1.02 % สำหรับ Windows 7 นั้นในเดือนสิงหาคม 2552 มีส่วนแบ่งการตลาดที่เกิน 1% เป็นครั้งแรก โดยอยู่ที่ 1.18 %

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
• http://www.netapplications.com

© 2009 Artnoi's Blog. All Rights Reserved.


ประวัติ Apple Inc.


แอปเปิล (Apple Inc.) หรือในชื่อเดิม แอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer Inc.) เป็นบริษัทในซิลิคอนวัลเลย์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แอปเปิลปฏิวัติคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุค 70 ด้วยเครื่องแอปเปิลทู (Apple II) และแมคอินทอช (Macintosh) ในยุค 80 ปัจจุบันแอปเปิลมีชื่อเสียงด้านฮาร์ดแวร์ เช่น iMac iPod iPhone และ ร้านขายเพลงออนไลน์ iTune Music online Store ประวัติโดยย่อ บริษัท Apple Computer Inc. ได้เกิดขึ้นจากการร่วมกันก่อตั้งของ สตีฟ จ็อบส์ และ สตีฟ วอซเนียก ทำการปฏิวัติธุรกิจคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุค 70 โดยการนำเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ประดิษฐ์จากโรงรถออกมาขาย ในชื่อ Apple I ที่ราคาจำหน่าย 666.66 เหรียญ ในจำนวนและระยะเวลาจำกัด ภายในปีถัดมาก็ได้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำยอดจำหน่ายสูงสุดให้กับบริษัท ณ ขณะนั้นคือ Apple II ซึ่งเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งวงการไมโครคอมพิวเตอร์ และเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับไมโครคอมพิวเตอร์ที่เกิดมาตามหลังทั้งหมด (อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาดังกล่าว ทางบริษัทจะมุ่งเน้นการขายระบบปฏิบัติการมากกว่าที่จะขายผลิตภัณฑ์ไมโครคอมพิวเตอร์ เนื่องจากประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จากบริษัท Intel และ IBM ทำงานได้ดีกว่า) ต่อมาในยุค 80 Apple Inc. ได้พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลถึงยอดจำหน่ายที่สูงขึ้นตามลำดับ ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ Macintosh ซึ่งยังส่งผลให้ Apple ยังคงมีชื่อเสียงในด้านผลิตภัณฑ์มาจนถึงปัจจุบัน ด้วยมาตรฐานและเอกลักษณ์ทางการตลาดที่สอดคล้องกับปณิธานองค์กรที่ว่า “คิดอย่างแตกต่าง (Think Different)” ผลิตภัณฑ์ที่มักได้รับการกล่าวถึงและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน อาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งที่เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา (MacBook, MacBook Pro) และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (iMac, PowerMac) ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ได้แก่
Mac OS X (แมคโอเอสเท็น) อุปกรณ์ฟังเพลงขนาดพกพา ได้แก่ สายผลิตภัณฑ์ iPod และ iPhone อุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น iSight, AirPort ฯลฯ โปรแกรมและบริการเสริมต่างๆ อาทิ iTunes เป็นต้น เกร็ดอื่นๆ ในภาพยนตร์เรื่อง อัจฉริยะปัญญานิ่ม (Forrest Gump) ฟอร์เรสต์ กัมป์ ถูกชักชวนโดยผู้หมวดแดน ให้เป็นหุ้นส่วนของบริษัทแอปเปิล แต่ตัวฟอร์เรสต์เองนึกว่าหมายถึงแอปเปิลที่เป็นผลไม้

The War has Began - Security


หลังจากสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Operationg System ต่างฝ่ายต่างออกมาบรรยาย
สรรพคุณสินค้าตัวเองบนเวทีใหญ่เสร็จสิ้นเป็นที่ เรียบร้อย นับจากนี้อีกไม่กี่วันก็จะถึงคราวของจริง
นั่นก็คือ การแย่งชิงตลาด OS ให้ได้ตามเป้าหมายที่ตัวเองต้องการ ดูเหมือนงานนี้ Apple ออกตัวก่อน Microsoft เล็กน้อย
เมื่อประกาศว่าจะวางจำหน่าย Snow Leopard เดือน 9 ส่วน Window7 จะวางขาย เดือน 10
และเรื่องที่ฮือฮาที่สุดเห็นจะเป็นราคารุ่น อัพเกรดของ Snow Leopard เพียง 29$ เท่านั้น !!
ศึกรอบนี้ Microsoft หนาวๆ อยู่บ้างแหละ Gizmodo เจ้าเก่าของเรา รายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้
เราเลยหยิบมาให้อ่านดูเล่นๆ ว่าฉากปะทะ ระหว่าง Snow Leopard กับ Windows 7
มีทีเด็ดอะไรกันบ้าง ขอเอาบางส่วนพอน่ะ

เชื่อว่าผู้อ่านหลายๆ ท่านคงคุ้นเคยกันดีกับโฆษณาของแอปเปิลที่บอกว่าระบบ Mac OS X ของตนนั้นมีความปลอดภัยกว่าระบบของ Windows แต่ในข่าวนี้ คุณแฮกเกอร์ออกมาบอกเองเลยครับว่า มันไม่ได้ปลอดภัยไปกว่าของคู่แข่ง โดยเฉพาะ Windows 7 ที่กำลังจะวางจำหน่ายสักเท่าไหร่หรอก

หลังจากก่อนหน้านี้มีข่าวปัญหาเรื่องความปลอดภัยของ Flash (ซึ่งได้รับการแก้ไขแล้ว) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัยยังวิจารณ์จุดอ่อนอื่นๆ อีกเช่น firewall ถูกปิดเป็นค่าเริ่มต้น, ขาดระบบ Full automatic update และ ระบบการป้องกัน phishing ที่อ่อนแอของซาฟารี

นอกจากนี้นาย Charlie Miller ผู้เชี่ยวชาญในการแฮก Mac OS X (อ่านวีรกรรม) ยังวิจารณ์ถึงระบบ ASLR ที่มากับ Snow Leopard ว่ายังเป็นตัวเดียวกับใน Leopard และมันก็ยัง"ไม่ค่อยดีเท่าไหร่" ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับฟีเจอร์ ASLR ที่แข็งแกร่งกว่าของ Windows 7 แล้ว Snow Leopard นั้นจะถูกโจมตีจากเหล่าผู้ประสงค์ร้ายได้ง่ายกว่า

อย่างไรก็ตามไม่ใช่จะมาด่าอย่างเดียว นาย Miller ยังชมแอปเปิล ถึงการแก้ไข QuickTime X ให้มีความปลอดภัยขึ้น และเพิ่ม DEP (data execution prevention) แบบเดียวกับของ Windows นั่นเอง ซึ่่งนาย Miller กล่าวสรุปในแง่ระบบความปลอดภัยของ Snow Leopard ว่า

"Snow Leopard นั้นปลอดภัยกว่า Leopard แต่มันก็ยังไม่ปลอดภัยเท่ากับ Vista หรือ Windows 7 หรอก รอให้แอปเปิลแก้สิ่งที่ผมบอกมาก่อน ผมถึงจะเลิกบ่น"

ถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วทำไมแอปเปิลถึงยังโฆษณาระบบของตัวเองกว่าปลอดภัยกว่า Windows อยู่ล่ะ?

เค้าตอบว่า..

"การโจมตี Windows มันยากกว่า Mac ก็จริง แต่คุณก็ยังเห็นแต่คนโจมตี Windows นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขา(แฮกเกอร์) สามารถโจมตีคอมพิวเตอร์ได้ถึง 90% ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องการจะทำ และคงไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ที่จะต้องวุ่นเป็นสองเท่าเพื่อที่จะเก็บไอ้ 10% ที่เหลือนั่น"

ที่มา - Daily Tech

ASLR (address space layout randomization) : ฟีเจอร์ความปลอดภัยรูปแบบหนึ่งที่ระบบจะสุ่มส่งข้อมูลไปในหน่วยความจำ ทำให้การโจมตีระบบนั้นทำได้ยากขึ้น




Credit : http://www.blognone.com/node/13199

Artnoi กับ iPhoto


คุณรู้ไหมหนึ่งในโปรแกรม
ที่ผมชอบที่สุดใน Mac ก้อคือ iPhoto
ผมว่าร้อยละ 75 ของคนที่ใช้ Mac
ซื้อมาก้อเพราะไอ้โปรแกรมเนี่ยแหละ

มันไม่ใช่กระแสตลาดนะเพราะมันเจ๋งจิงๆ
เช่นทําสมุดภาพที่พิมออกมาได้จิงๆ
ทําปฏิทินภาพที่พิมออกมาได้จิง
และเมื่อคุนลองใช้แล้วทําไปหั้ยเพื่อนของคุณ
เพื่อนของคุนก้อจะบอกว่า นายทําจิงๆหรอ
เก่งมากมันเหมือนมือโปรเลยนะ ตั้งแต่ตอนนั้นแหละ
ที่คุนจะรู้สึกตัวลอยจนทําให้คุนทําอะไรเจ๋งออกมาอิก
แล้วคุนก้อจะเริ่มลํ้าเส้นออกมาจากวงการทําสมุดภาพมืออาชีพ
(นิดนึง:เกริ่นนิดนึงผมเปรียบความรู้สึกน้นเหมีอนกับ สมมติว่าคุนคือ
แฟนหนังเรื่อง Seven Days to leave my wife
หากคุนแต่งตัวเลียนแบบย้งคุนก้อยังไม่ลํ้าเส้น
แต่หากคุนเป็นแฟนกับพิมล่ะก้อนั่นแหละที่เรียกว่าลํ้าเส้น)
มาเป็นเซียน iPhoto เมื่อคุนรู้สึกตัวอิกที
คุนก้อมีคนมาเข้าแถวรอรับลายเซ็นของคุนเป็น100คนแล้ว
ถึงตอนนั้นอย่าหาว่า Artnoi ไม่เตือนล่ะ